ตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ (Laparoscopic Gastric Sleeve)

การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ คือการผ่าตัดลดน้ำหนักแบบสมัยใหม่และการผ่าตัดช่วย สำหรับผู้ป่วยโรคอ้วน ซึ่งเทคนิคที่แพทย์ของเราใช้ในการผ่าตัดกระเพาะ คือการผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อลดขนาดกระเพาะ โดยการผ่าตัดนี้จะตัดเอาฮอร์โมนความหิวออกไป 80 % ทำให้กระเพาะอาหารของคุณเล็กลง ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และสามารถทานอาหารได้น้อยลง ประมาณ 3 – 4 ช้อน ต่อมื้อ ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะนี้จะสามารถลดน้ำหนักได้ ระหว่าง 50-70% ของน้ำหนักส่วนเกิน

ศูนย์การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะของเราตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรี เรามีทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญไว้คอยดูแลผู้ป่วยทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยจะได้เข้ารับการพักฟื้นในโรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรีหลังการผ่าตัด

น้ำหนักที่สามารถคาดหวังว่าจะลดได้จากการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ

จากการผ่าตัดกระเพาะ ผู้ป่วยสามารถคาดหวังว่าจะสามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 50-70% ของน้ำหนักส่วนเกินของคุณ หากผู้ป่วยเปลี่ยนนิสัยการทานอาหารใหม่ และการออกกำลังกายเป็นประจำ ผู้ป่วยจะสามารถลดได้มากกว่า 60% ของน้ำหนักส่วนเกิน

ผู้ป่วยจะได้พบศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะของเรา และคุณหมอจะอธิบายเกี่ยวกับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ, น้ำหนักที่สามารถคาดหวังว่าจะลดได้, การดูแลตนเองหลังการผ่าตัด, อาหารที่ควรทาน เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ป่วยยังจะได้พบกับนักโภชนาการที่จะแนะนำเกี่ยวกับอาหารที่ควรทานทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด

เรามีตัวอย่างเกี่ยวกับน้ำหนักและส่วนสูงที่ผู้ป่วยสามารถทำความเข้าใจและศึกษาไว้เป็นตัวอย่างดังนี้ ทั้งนี้ผู้ป่วยควรเข้าใจก่อนว่า ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ในเกณฑ์ปกติ ควรอยู่ระหว่าง 18.5 – 24.9 โดยคำนวณจากน้ำหนักและส่วนสูง (คลิกที่นี่เพื่อคำนวณค่า BMI)

ดูตัวอย่างของน้ำหนักและส่วนสูงดังนี้:

  • ตัวอย่างคนที่ 1 สูง 170 ซม., หนัก 125 กก. ดัชนีมวลกาย (BMI) 43.3 ในตัวอย่างนี้น้ำหนักส่วนเกินคือ 60 กก. ดังนั้นสามารถคำนวณน้ำหนักที่คาดว่าจะลดได้จากการผ่าตัดกระเพาะประมาณ 30 กก. ขึ้นไป
  • ตัวอย่างคนที่ 2 สูง 160 ซม., หนัก 100 กก. ดัชนีมวลกาย (BMI) 39.1 ในตัวอย่างนี้น้ำหนักส่วนเกินคือ 43 กก. ดังนั้นสามารถคำนวณน้ำหนักที่คาดว่าจะลดได้จากการผ่าตัดกระเพาะประมาณ 22 กก. ขึ้นไป
  • ตัวอย่างคนที่ 3 สูง 180 ซม., หนัก 160 กก. ดัชนีมวลกาย (BMI) 49.4 ในตัวอย่างนี้น้ำหนักส่วนเกินคือ 43 กก. ดังนั้นสามารถคำนวณน้ำหนักที่คาดว่าจะลดได้จากการผ่าตัดกระเพาะประมาณ 22 กก. ขึ้นไป

*ทั้ง 3 ตัวอย่างข้างต้นนั้นบ่งบอกถึงการลดน้ำหนักที่ผู้ป่วยสามารถคาดหวังว่าจะลดได้ ทั้งนี้การลดน้ำหนักจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการทานอาหารและออกกำลังกายหลังจากการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ

รูปก่อนและหลังการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ

มิเชลล์ และ เจนนิเฟอร์ ทั้งคู่ได้รับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ เพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก หลังจากการผ่าตัด 1 ปี ทั้งสองได้รับการทำศัลยกรรมเพื่อขจัดผิวหย่อนคล้อยจากการลดน้ำหนักเป็นจำนวนมาก

เจนนิเฟอร์อายุ 22 ปี เคยมีน้ำหนักตัวมากสุดถึง 157 กก. และปัจจุบันมีน้ำหนักประมาณ 70 กก. ส่วนมิเชลล์เคยมีน้ำหนักตัวมากสุดถึง 140 กก. และปัจจุบันมีน้ำหนักประมาณ 86 กก.

รูปก่อนและหลังผ่าตัดกระเพาะ

เจนนิเฟอร์ ลดน้ำหนัก 91 กก. 1 ปีหลังจากผ่าตัดกระเพาะ

รูปก่อนและหลังผ่าตัดกระเพาะ

มิเชล์ ลดน้ำหนัก 54 กก. 1 ปีหลังจากผ่าตัดกระเพาะ

เกณฑ์หลักสำหรับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ

การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ (Laparoscopic Gastric Sleeve / Gastric Sleeve) เป็นการผ่าตัดทางการแพทย์ที่เป็นการผ่าตัดใหญ่ โดยที่แพทย์จะใช้เทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อตัดกระเพาะออก ซึ่งจะทำให้กระเพาะของผู้ป่วยเล็กลง ซึ่งหลังจากการทำการผ่าตัดนี้ผู้ป่วยจะไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้ ก่อนทำการผ่าตัดผู้ป่วยควรศึกษาและทำความเข้าใจอย่างละเอียด และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการผ่าตัด

เกณฑ์หลักสำหรับการผ่าตัดนี้มีรายละเอียดต่อไปนี้:

  • BMI (ดัชนีมวลกาย) เท่ากับหรือมากกว่า 37 / หรือ BMI สูงกว่า 32.5 และมีโรคประจำตัวหรือโรคร่วม  คลิกที่นี่เพื่อคำนวณ BMI
  • ผู้ที่พยายามลดความอ้วนหลายครั้งด้วยวิธีการแบบเดิม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
  • ผู้ป่วยโรคอ้วน ที่ป่วยเป็นโรคนี้ขั้นต่ำ 3-5 ปี
  • ผู้ที่มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวเองให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น
  • ผู้ป่วยควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นไปได้ของการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ

ศัลแพทย์ผ่าตัดกระเพาะและการผ่าตัดกระเพาะ

การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ คือการผ่าตัดที่แพทย์ใช้เทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งจะทำให้แผลในการผ่าตัดนั้น เป็นเพียงรูเล็กๆ ด้านหน้าท้อง 5 รู การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะใช้เวลาประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาและพักฟื้นที่โรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรีเป็นเวลา 5 คืน

ศัลยแพทย์ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะผ่านการส่องกล้อง (laparoscopic) คือดร. ณรงค์ บุญญกาศ ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะโดยผ่านกล้อง และเป็นหัวหน้าศัลยแพทย์การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะที่โรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรี

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดกระเพาะ

เราแนะนำให้ผู้ป่วยปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการผ่าตัดกระเพาะอย่างละเอียด คุณอาจต้องมีการทดสอบการนอนหลับ (sleep test) เพื่อดูว่าคุณมีภาวะหยุดหายใจ ซึ่งอาจเกิดจากการนอนกรนขณะนอนหลับหรือไม่ หากคุณมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ คุณจะต้องนำเครื่อง CPAP ของคุณมาเองและใช้เครื่อง CPAP เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด และอีก 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด

คุณต้องทำ sleep test การนอนหลับ เพื่อดูว่าคุณมีภาวะหยุดหายใจหรือไม่?

จากคำถามด้านล่างนี้ หากคำตอบของคุณคือใช่มากกว่า 3 ข้อขึ้นไป คุณควรปรึกษาแพทย์เรื่องการ sleep test และการใช้เครื่อง CPAP ก่อนการผ่าตัด:

1) คุณกรนเสียงดังหรือไม่?
2) คุณรู้สึกเหนื่อยหรือง่วงนอนในระหว่างวันหรือไม่?
3) มีคนเคยบอกคุณว่า คุณหยุดหายใจระหว่างนอนหลับหรือไม่?
4) คุณมีความดันโลหิตสูงหรือเคยได้รับการรักษาเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงหรือไม่?
5) ดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณมีมากกว่า 35 หรือไม่?
6) คุณอายุ 50 ปีหรือมากกว่า?
7) คุณเป็นเพศชายที่มีขนาดความกว้างที่ลำคอมากกว่า 17 นิ้ว (42.5 ซม.) หรือเป็นเพศหญิงที่มีขนาดความกว้างที่ลำคอมากกว่า 16 นิ้ว (40 ซม.)หรือไม่?
8) คุณเป็นเพศชายหรือไม่?

การศึกษาเรื่องการนอนหลับ (sleep test) จะเป็นตัวกำหนดว่าคุณต้องใช้เครื่อง CPAP ก่อนการผ่าตัดหรือไม่ คุณสามารถดูเครื่อง CPAP ที่แสดงไว้ในรูปตัวอย่างด้านล่างนี้ เครื่อง CPAP จะมีแรงดันเล็กน้อยเพื่อให้มีอากาศเข้าไปได้และเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับออกซิเจนเพียงพอระหว่างการนอนหลับของคุณ

CPAP gastric sleeve

ขั้นตอนการรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผ่าตัดกระเพาะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่

Line: @destination_beauty

info@destinationbeauty.com

โทร 02 105 4046

ขั้นตอนในการจองคิวผ่าตัดกระเพาะ

ขั้นตอนแรกคือการติดต่อ เดสทิเนชั่นบิวตี้ info@destinationbeauty.com จากนั้นเราจะปรึกษากับดร. ณรงค์ ว่าคุณเป็นผู้ที่เหมาะสมสำหรับการผ่าตัดกระเพาะหรือไม่ ทางเราจะติดต่อกลับหาคุณพร้อมกับอิเมล์ยืนยันว่าคุณสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ จากนั้นคุณสามารถจองคิวผ่าตัดได้ทันที ซึ่งผู้ป่วยจะได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 5 คืนที่โรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรี

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะต้องทำการศึกษาเรื่องการนอนหลับ (sleep test) ก่อนที่จะผ่าตัด ทั้งนี้เพื่อตรวจสอบว่าคุณมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือไม่ ผู้ป่วยที่มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับนั้น จะต้องใช้เครื่อง CPAP อย่างน้อย 14 คืนก่อนเข้ารับการผ่าตัด และอีก 14 คืนหลังการผ่าตัด

ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจร่างกายก่อนการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ และจะได้รับการตรวจสุขภาพส่องกล้องทางช่องท้อง (gastroscope) เพื่อดูว่าคุณมีเชื้อหรือความผิดปกติในกระเพาะอาหารก่อนการผ่าตัดหรือไม่

ผู้ป่วยจะได้พบกับแพทย์ทางเดินอาหาร, แพทย์โภชนบำบัด และแน่นอนจะได้ปรึกษากับดร. ณรงค์ ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารของเรา

คืนแรกหลังจากการผ่าตัดคุณจะต้องพักฟื้นในห้องพักฟื้นหลังการผ่าตัดเพื่อให้แพทย์ดูอาการให้แน่ใจว่าผู้ป่วยนั้นอยู่ในภาวะปกติและไม่มีอาการผิดปกติใดๆ จากนั้นผู้ป่วยจะถูกย้ายไปอยู่ที่วอร์ดในห้องพักฟื้นส่วนตัวผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรี ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกออกจากเตียงได้ 1 วันหลังการผ่าตัดหรือแม้กระทั่งในวันเดียวกัน ดร. ณรงค์และนักโภชนาการของเราจะมาตรวจสุขภาพของผู้ป่วยในห้องพักฟื้นในระหว่างที่พักฟื้นเป็นเวลา 5 คืน

ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังจากพักฟิ้นในโรงพยาบาลเป็นเวลา 5 คืน และจะได้รับการตรวจสุขภาพอีกสอง-สามครั้งหลังจากการผ่าตัดกระเพาะ

หากคุณมีข้อสงสัยหรือคำถาม คุณสามารถติดต่อโรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรี เคาเตอร์เดสทิเนชั่นบิวตี้ได้ที่ 02 438 9000 หรือสามารถเข้ามาพบแพทย์ได้ที่โรงพยาบาลด้วยตนเอง

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดกระเพาะ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้:

  • แผลปิดไม่สนิท
  • มีเลือดออก
  • กระเพาะรั่ว
  • มีปัญหาเรื่องการย่อยอาหาร
  • ภาวะขาดสารอาหาร
  • ผิวหนังหย่อนคล้อยจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

ผู้ป่วยควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างและหลังการผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดจากการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะคือการที่แผลด้านในกระเพาะปิดไม่สนิท

การที่แผลด้านในกระเพาะปิดไม่สนิทอาจเกิดขึ้นระหว่างหรือหลังการผ่าตัด ในระหว่างการผ่าตัดเเพทย์จะสังเกตเห็นและแก้ไขก่อนที่จะทำการผ่าตัดเสร็จสิ้น –  อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยเริ่มรู้สึกป่วยหรือมีอาการผิดปกติหลังจากการผ่าตัด ควรรีบพบแพทย์ทันที

การที่แผลด้านในกระเพาะปิดไม่สนิทอาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนแรกหลังการผ่าตัด สาเหตุหนึ่งอาจมาจากการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม หรือไม่รับประทานอาหารตามที่เเพทย์แนะนำหลังจากการผ่าตัดกระเพาะ หรือจากเนื้อเยื่อของกระเพาะอาหารของคุณยังไม่หายจากการผ่าตัด ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อบาง และนำไปสู่การรั่วไหล หากมีความผิดปกติหรือรู้สึกเจ็บในช่องท้องควรรีบแจ้งและพบแพทย์ทันทีที่มีอาการ

การที่แผลด้านในกระเพาะปิดไม่สนิทอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในขณะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารของคุณลำเลียงอาหารเข้าสู่ช่องท้อง อาจมีอาการหัวใจเต้นเร็ว มีไข้ เจ็บหน้าอก และปวดท้อง หากผู้ป่วยมีอาการดังกล่าว ควรรีบแจ้งและพบแพทย์ทันที

กระเพาะอาหารจะถูกยืดหรือขยายหลังจากการผ่าตัดได้หรือไม่?

กระเพาะอาหารของผู้ป่วยอาจถูกยืดหรือขยายขออกได้หลังการผ่าตัด หากผู้ป่วยทานอาหารไม่ถูกวิธีหรือไม่ทำตามที่แพทย์แนะนำ หลังการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะนั้น ผู้ป่วยจะสามารถทานอาหารได้ 3 – 4 ช้อน ต่อมื้อ เนื่องจากกระเพาะอาหารจะมีขนาดเล็กลง หากผู้ป่วยทานอาหารมากกว่านั้น อาจจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดท้องหรืออาเจียน และหากทานอาหารมากเกินกว่าปกติมากๆ จะทำให้กระเพาะอาหารขยายตัว และอาจทำให้ผู้ป่วยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในที่สุด

เรามีเคล็ดลับเพื่อลดความเสี่ยงต่อการยืดขยายของกระเพาะอาหาร

  • ดื่มน้ำ หนึ่งชั่วโมงก่อนและหลังทานอาหาร ทั้งนี้จะช่วยให้ร่างกายของคุณสามารถแยกแยะอาหาร และให้พื้นที่สำหรับของเหลว ในทางกลับกัน อย่าทานอาหารและดื่มน้ำในเวลาเดียวกัน
  • ห้ามดื่มน้ำอัดลม เพราะจะทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป
  • ควรรับประทานอาหารว่างที่มีประโยชน์ถ้าคุณรู้สึกหิวระหว่างมื้ออาหาร
  • วางแผนมื้ออาหารของคุณ เน้นที่ปริมาณน้อย แต่เน้นที่สารอาหาร ควรเลือกทานอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารที่จะช่วยให้อิ่มนานขึ้น และให้สารอาหารที่ร่างกายต้องการ เช่น โปรตีน
  • ถ้าคุณทานอาหารมากเกินไป หรือทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์  ควรจะกลับมาทานอาหารที่มีประโยชน์ตามแพทย์แนะนำโดยเร็วที่สุด

ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และความรู้สึก

เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยต้องรู้ว่าภาวะการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์นั้นเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ ทันทีหลังการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ น้ำหนักตัวของผู้ป่วยจะลดลงอย่างรวดเร็ว การที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วนั้นจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะอารมณ์แปรปรวนได้ ผลจากการเกิดอารมณ์แปรปรวนจะทำให้ ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อย เบื่อและอารมณ์ไม่ดี แต่อาการเหล่านี้จะหายไป และภาวะการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และความรู้สึกนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน

การดูแลรักษาตัวหลังการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ

หลังการผ่าตัดกระเพาะนั้น ผู้ป่วยต้องดูแลรักษาตัวเองตามที่แพทย์แนะนำ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะหลังจากทำการตัดกระเพาะออกไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขการผ่าตัดได้

การทานอาหารหลังการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ

เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในการเลือกทานอาหาร ควรทิ้งนิสัยการทานอาหารแบบเก่าไป เพื่อให้การลดน้ำหนักและผลที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีน, ผัก งดน้ำตาลและแป้ง และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายหลังการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ

ผู้ป่วยควรออกกำลังกายเป็นเวลา 5 ถึง 7 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 30 นาที ผู้ป่วยสามารถรออกกำลังกายได้โดย การเดิน วิ่งจ็อกกิ้ง ว่ายน้ำ ฯลฯ เพื่อทำให้ร่างกายมีความเคลื่อนไหวและเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และช่วยให้ผู้ป่วยเผาผลาญแคลอรี่ และทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วและมากขึ้นอีกด้วย

ด้านอารมณ์

ผู้ป่วยควรมีทัศนคติเชิงบวก 100% สำหรับผู้ป่วยที่เสพติดการทานอาหารมากๆ อาจมีภาวะซึมเศร้าเวลาอยากอาหาร ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ หากมีภาวะซึมเศร้าหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจหากิจกรรมทำ เช่น การออกกำลังกาย วางแผนการทานอาหาร ทานอาหารที่มีประโยชน์ และเชื่อมั่นในตนเอง ว่าจะสามารถลดน้ำหนักได้ และเพื่อให้มีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

 

การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะโรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรีกับ ดร.ณรงค์ บุญญกาศ

 

 

 

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่

Line: @destination_beauty

info@destinationbeauty.com

โทร 02 105 4046

คลิกที่นี่เพื่อกรอกแบบฟอร์มเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมจากแพทย์